แชร์

เช็กให้ชัดก่อนร้องเรียน เพื่อนบ้านหันกล้องวงจรปิดมาที่บ้านเรา เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

อัพเดทล่าสุด: 15 ม.ค. 2026
11 ผู้เข้าชม

ในยุคที่กล้องวงจรปิดกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของแทบทุกบ้าน

ปัญหาหนึ่งที่เจ้าของบ้านจำนวนมากเจอเหมือนกันคือ

 

“กล้องบ้านข้าง ๆ หันมาทางบ้านเรา แบบนี้ผิดกฎหมายหรือยัง”
 

 

หลายคนลังเลว่าจะคิดมากไปเองหรือไม่
บางคนไม่สบายใจ แต่ก็ยังไม่อยากมีเรื่องกับเพื่อนบ้าน


บทความนี้จึงไม่ได้เขียนมาเพื่อให้คุณ “รีบร้องเรียน”


แต่เพื่อช่วยให้คุณ เช็กให้ชัดก่อนตัดสินใจ ว่าสถานการณ์ที่เจอ
เข้าข่ายผิดกฎหมายจริง หรือยังอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้

 

 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจให้ตรงกัน: ติดกล้อง ≠ ผิดกฎหมาย


สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ


“แค่เพื่อนบ้านติดกล้องแล้วหันมาทางบ้านเรา = ผิดทันที”



ในความเป็นจริง การติดกล้องวงจรปิดไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย
หากติดตั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยในทรัพย์สินของตนเอง
สิ่งที่กฎหมายให้ความสำคัญจริง ๆ คือ

 

  • มุมกล้อง
  • พื้นที่ที่กล้องจับภาพได้
  • ผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น

 

ดังนั้น คำถามที่ควรถามไม่ใช่ “เขาติดกล้องไหม”
แต่คือ “กล้องนั้นกำลังจับภาพอะไรอยู่”

 

จุดสังเกตแรก: กล้องจับ “พื้นที่แบบไหน”


ลองประเมินจากภาพที่กล้องสามารถมองเห็นได้จริง โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก

กรณีที่มักยังไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

 

  • กล้องหันไปยังถนน ทางสาธารณะ หรือทางเข้าออกทั่วไป
  • ไม่เห็นกิจกรรมภายในบ้านของคุณ
  • ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ชัดเจน

ลักษณะนี้มักถูกมองว่าเป็นการติดกล้องเพื่อความปลอดภัยตามปกติ

 

กรณีที่เริ่ม “ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว”

 

  • กล้องจับภาพเข้ามาในเขตบ้านโดยตรง
  • มองเห็นหน้าต่าง ประตู ระเบียง หรือพื้นที่ใช้ชีวิตส่วนตัว
  • เห็นพฤติกรรมของคนในบ้านอย่างต่อเนื่อง

หากกล้องสามารถมองเห็นพื้นที่เหล่านี้ได้
ความเสี่ยงทางกฎหมายจะเริ่มเกิดขึ้นทันที

 

 

กล้องวงจรปิดกับสิทธิความเป็นส่วนตัว: เส้นแบ่งอยู่ตรงไหน

 

หลักสำคัญคือ
บ้านพักอาศัยคือพื้นที่ส่วนตัว

แม้เจ้าของกล้องจะอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย
แต่หากมุมกล้องทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่า

 

  • ถูกจับตา
  • ถูกบันทึกการใช้ชีวิต
  • ขาดความเป็นส่วนตัวในบ้านของตัวเอง

 

กรณีนี้อาจเข้าข่าย การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ได้
โดยไม่จำเป็นต้องมีการนำภาพไปเผยแพร่ก่อนด้วยซ้ำ

 

 

ภาพจากกล้อง = ข้อมูลส่วนบุคคล ตาม PDPA หรือไม่

 


อีกประเด็นที่ควรรู้คือ
ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลได้

 

หากภาพนั้น:

  • ระบุตัวบุคคลได้
  • แสดงพฤติกรรมหรือกิจกรรมในพื้นที่ส่วนตัว
  • ถูกบันทึกอย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็น

 

ในกรณีเช่นนี้ เจ้าของกล้องอาจมีหน้าที่ต้อง

 

  • ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น
  • ไม่เก็บภาพเกินวัตถุประสงค์
  • ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร

 

จุดสำคัญคือ ไม่ได้ผิดเพราะติดกล้อง
แต่ผิดเพราะ การใช้งานกล้องเกินขอบเขต

 

ลองเช็กตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้ก่อน


หากคุณยังไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ที่เจอเข้าข่ายผิดหรือไม่
ลองถามตัวเองตามลำดับนี้

 

  • กล้องเห็นแค่รั้ว หรือเห็นเข้ามาในตัวบ้าน
  • ถ้ามีคนยืนหรือเดินในบ้านเรา กล้องจะเห็นชัดไหม
  • เรารู้สึกอึดอัดหรือถูกจับตามองเวลาใช้ชีวิตหรือไม่
  • หากเป็นเราที่ติดกล้องแบบนี้ คนอื่นจะรู้สึกอย่างไร

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ทำให้คุณรู้สึกว่า “มันไม่ควรเป็นแบบนี้”
นั่นคือสัญญาณว่าอาจเกินขอบเขตความเหมาะสมแล้ว

 

ทำไมควร “เช็กให้ชัด” ก่อนร้องเรียน

 

การร้องเรียนหรือดำเนินการทางกฎหมาย
ควรเป็น ปลายทาง ไม่ใช่จุดเริ่มต้น

การเข้าใจกรอบกฎหมายก่อน จะช่วยให้คุณ

 

  • ประเมินสถานการณ์อย่างมีเหตุผล
  • สื่อสารกับเพื่อนบ้านได้ชัดเจน
  • ลดโอกาสเกิดความขัดแย้งในชุมชน
  • และรู้ว่าควรไปต่อหรือหยุดตรงไหน

 

หลายกรณีจบลงได้ง่าย ๆ แค่การปรับมุมกล้อง
โดยไม่ต้องมีใครเสียความสัมพันธ์หรือเสียเวลาไปมากกว่านั้น

 

 

สรุป: รู้ขอบเขตไว้ก่อน ปกป้องสิทธิได้ดีกว่า
 

ปัญหาเพื่อนบ้านหันกล้องวงจรปิดมาที่บ้านเรา
ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินว่าใครผิดใครถูกทันที

การ “เช็กให้ชัดก่อนร้องเรียน”
จะช่วยให้คุณรู้ว่า

 

  • กรณีไหนยังอยู่ในขอบเขต
  • กรณีไหนเริ่มล้ำสิทธิ
  • และควรเดินต่ออย่างไรให้ถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

เมื่อเข้าใจกฎหมายและขอบเขตแล้ว
การปกป้องความเป็นส่วนตัวของบ้านคุณ
จะไม่ใช่เรื่องอึดอัดอีกต่อไป

 

 

 

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ